บทความนี้ได้รวบรวมการอัปเดตนโยบายล่าสุดของทั้ง 3 แพลตฟอร์มไว้ในที่เดียว พร้อมอธิบายผลกระทบที่ผู้ขายควรรู้ และแนวทางรับมือ เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้ทันก่อนนโยบายมีผลบังคับใช้
อัปเดตนโยบายอีคอมเมิร์ซไทย กรกฎาคม 2026: TikTok, Shopee, Lazada เปลี่ยนกฎพร้อมกัน — ผู้ขายไทยต้องปรับตัวยังไง?
Gloria09 ก.ค. 2026 10:19Copy link & title
ถ้าคุณขายสินค้าบน TikTok Shop, Shopee หรือ Lazada ในไทย กรกฎาคม 2026 คือเดือนที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งสามแพลตฟอร์มประกาศอัปเดตนโยบายหลักพร้อมกัน ครอบคลุม เวลาการจัดส่ง, อัตราการยกเลิกคำสั่งซื้อ, การจัดส่งด้วยตัวเอง และรอบการจ่ายเงิน — ทุกเรื่องกระทบโดยตรงต่อคะแนนร้านค้า, ออเดอร์ที่ได้รับ และกระแสเงินสด

นโยบายที่ 1 — TikTok Shop ไทย: LDR และ SFCR ใหม่ (อัปเดต 29 มิ.ย. 2026)
Late Dispatch Rate (LDR) คืออะไร?
Late Dispatch Rate (LDR) หรือ อัตราการจัดส่งล่าช้า เป็นตัวชี้วัดที่ TikTok Shop ใช้ประเมินว่าผู้ขายจัดส่งสินค้าได้ตรงตามเวลาที่กำหนดหรือไม่ โดยคำนวณจาก สัดส่วนของคำสั่งซื้อที่ไม่ได้จัดส่งภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อเทียบกับจำนวนคำสั่งซื้อทั้งหมดในช่วง 7 วันที่ผ่านมา
TikTok Shop แนะนำให้ผู้ขายรักษาอัตรา LDR ไม่เกิน 4%
ออเดอร์ที่นับเข้า LDR ได้แก่:
-
ออเดอร์ที่ไม่ได้รับการจัดส่งภายในเวลาที่กำหนด
-
ออเดอร์ที่สถานะยังไม่ถูกอัปเดตเป็น "จัดส่งแล้ว" ทันเวลา
-
ออเดอร์ที่ยังไม่ได้ถูกส่งให้ผู้ให้บริการขนส่งตามกำหนด
ข้อควรระมัดระวังในส่วนของเวลาจัดส่ง :
-
แนะนำให้อัปเดตสถานะออเดอร์เป็น "รอรับสินค้า" ก่อนเวลา 15:00 น. เพื่อให้ขนส่งมารับได้ภายในวันเดียวกัน
-
วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์จะไม่นำมานับรวมในการคำนวณ LDR
ผลกระทบเมื่อ LDR สูงเกินเกณฑ์
|
LDR |
ผลกระทบด้านจำนวนออเดอร์ |
|
≥10% หรือ <30% |
อาจจำกัดจำนวนออเดอร์สูงสุดที่ 90% ของออเดอร์เฉลี่ยต่อวัน |
|
≥30% หรือ <50% |
อาจจำกัดจำนวนออเดอร์สูงสุดที่ 70% ของออเดอร์เฉลี่ยต่อวัน
|
|
≥50% |
อาจจำกัดจำนวนออเดอร์สูงสุดที่ 50% ของออเดอร์เฉลี่ยต่อวัน |
นอกจากนี้:
-
LDR ≥10% อาจถูกหักคะแนนสุขภาพร้านค้า 5 คะแนน
-
LDR ≥10% และมีออเดอร์ล่าช้ามากกว่า 50 รายการ อาจถูกหัก 10 คะแนน
⚠️ หาก LDR สูงเกินเกณฑ์และเข้าข่ายละเมิดนโยบาย บัญชีของคุณอาจได้รับบทลงโทษ และหากละเมิดซ้ำ บทลงโทษจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้จำนวนคำสั่งซื้อลดลง
Seller Fulfilled Cancellation Rate (SFCR) คืออะไร?
Seller Fulfilled Cancellation Rate (SFCR) หรือ อัตราการยกเลิกคำสั่งซื้อที่เกิดจากฝ่ายผู้ขาย คือสัดส่วนออเดอร์ที่ถูกยกเลิกด้วยสาเหตุจากผู้ขาย
TikTok Shop แนะนำให้ผู้ขายรักษา SFCR ไว้ที่ ≤ 2.5%
สาเหตุที่นับเข้า SFCR ได้แก่:
-
สินค้าหมดสต็อก
-
ตั้งราคาสินค้าผิดพลาด
-
ผู้ขายยกเลิกออเดอร์เอง
-
ระบบยกเลิกอัตโนมัติเพราะผู้ขายไม่ดำเนินการทันเวลา
⚠️ ข้อควรระวัง: สาเหตุหลักของ SFCR สูงคือ สต็อกไม่ซิงค์กัน ผู้ขายที่ขายหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน เมื่อ TikTok Shop มีออเดอร์เข้ามา แต่สต็อกในคลังหมดแล้วเพราะขายออกจากแพลตฟอร์มอื่นไปก่อน จะถูกบังคับให้ยกเลิกออเดอร์ ทำให้ SFCR พุ่งสูงและออเดอร์ถูกจำกัดทันที
นโยบายที่ 2 — Shopee ไทย: ปรับกฎการยกเลิกคำสั่งซื้อโดยผู้ซื้อ (อัปเดต 30 มิ.ย. 2026)
Shopee ปรับกลไกการยกเลิกคำสั่งซื้อ โดยเปิดให้ผู้ซื้อสามารถยกเลิกคำสั่งซื้อได้เองในบางกรณี
โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากผู้ขาย เพื่อช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้า
หลักการใหม่:
ถ้าออเดอร์ยังไม่เข้าสู่กระบวนการรับพัสดุจากขนส่ง ผู้ซื้อสามารถยกเลิกได้โดยตรงโดยไม่ต้องรอให้ผู้ขายอนุมัติ และออเดอร์ประเภทนี้จะไม่ถูกนับเข้า Non-fulfilment Rate (NFR) ของผู้ขาย
ผลกระทบต่อผู้ขาย
แม้ว่าการยกเลิกคำสั่งซื้อในลักษณะนี้จะไม่ส่งผลต่ออัตรา NFR แต่หากร้านค้าดำเนินการจัดส่งล่าช้า ผู้ซื้อจะมีโอกาสยกเลิกคำสั่งซื้อได้มากขึ้นก่อนที่พัสดุจะเข้าสู่ระบบขนส่ง
-
แพ็กสินค้าให้รวดเร็ว -
ส่งมอบพัสดุให้ขนส่งโดยเร็ว -
เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการจัดส่งโดยรวม
นโยบายที่ 3 — Lazada ไทย : เพิ่มความเข้มงวดของเงื่อนไข DBS (อัปเดต 2 ก.ค. 2026)
DBS(DeliverybySeller) คือบริการจัดส่งโดยผู้ขาย
-
สินค้าขนาดใหญ่หรือมีน้ำหนักมาก
-
สินค้ามูลค่าสูง
-
สินค้าที่ไม่รองรับการจัดส่งผ่านระบบขนส่งหลัก
เงื่อนไข DBS:
-
ดำเนินการจัดส่งภายในเวลาที่กำหนด
-
อัปเดตสถานะการจัดส่งอย่างสม่ำเสมอ
-
เก็บหลักฐานการจัดส่ง
-
พยายามจัดส่งอย่างน้อย 2 ครั้ง
นโยบายที่ 4 — Lazada ไทย: แจ้งเลื่อนรอบการจ่ายเงินเดือนกรกฎาคม 2026
ในเดือนกรกฎาคม 2026 รอบการจ่ายเงินของ Lazada ประเทศไทย ซึ่งเดิมกำหนดไว้ในวันที่ 28–29 กรกฎาคม 2026 จะมีการเลื่อนกำหนดการ เนื่องจากตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์
กำหนดการรับเงินใหม่: 31 กรกฎาคม 2026
-
เงินสดหมุนเวียนอาจล่าช้า -
งบโฆษณาอาจไม่เพียงพอ -
การวางแผนการขายช่วง High Season อาจได้รับผลกระทบ

วิธีรับมือ:
✅ สำรองเงินทุนหมุนเวียนล่วงหน้า
✅ เติมสต็อกก่อนวันที่ 25 กรกฎาคม
✅ วางแผนงบโฆษณาตามกระแสเงินสดจริง
เครื่องมือจัดการออเดอร์และสต๊อกสำหรับผู้ขาย Shopee Lazada TikTok Shop
เมื่อแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง TikTok Shop, Shopee และ Lazada ปรับมาตรฐานการขายให้สูงขึ้น ผู้ขายไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องราคาและโปรโมชั่นอีกต่อไป แต่ต้องมีระบบหลังบ้านที่ช่วยจัดการออเดอร์ สต๊อกสินค้า และกระบวนการจัดส่งให้แม่นยำมากขึ้น
สำหรับร้านค้าที่ขายหลายช่องทาง การจัดการด้วยวิธีเดิม เช่น เช็กออเดอร์จากแต่ละ Seller Center แยกกัน อัปเดตสต๊อกด้วยมือ หรือพิมพ์ใบปะหน้าทีละรายการ อาจทำให้เกิดปัญหา เช่น ส่งของล่าช้า สต๊อกไม่ตรง สินค้าหมดโดยไม่รู้ตัว หรือจำเป็นต้องยกเลิกออเดอร์
ปัญหาเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อ LDR, SFCR, คะแนนร้านค้า และโอกาสได้รับออเดอร์จากแพลตฟอร์ม
ดังนั้น ระบบจัดการออเดอร์ (Order Management System) และ ระบบจัดการสต๊อกสินค้า (Inventory Management System) จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ขายออนไลน์ยุคใหม่
โดยเฉพาะร้านค้าที่มี:
-
หลายร้านค้า
-
หลายแพลตฟอร์ม
-
SKU จำนวนมาก
-
ออเดอร์จำนวนมากในช่วงแคมเปญ
ระบบ ERP สำหรับร้านค้าออนไลน์ เช่น BigSeller ช่วยรวมการจัดการจากหลายแพลตฟอร์มไว้ในระบบเดียว ตั้งแต่การรวมออเดอร์ การซิงค์สต๊อก การจัดการคลังสินค้า การแพ็คและจัดส่ง ไปจนถึงการวิเคราะห์ยอดขายและกำไร
ทำให้ผู้ขายสามารถลดข้อผิดพลาด เพิ่มความเร็วในการจัดส่ง และควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น
BigSeller: เครื่องมือที่ตอบ "เร็ว" และ "แม่น" พร้อมกัน
BigSeller คือระบบ ERP สำหรับผู้ขายอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันให้บริการผู้ขายกว่า 1.1 ล้านราย ใน 5 ประเทศ รวมถึงไทย และเป็นพาร์ทเนอร์ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก Shopee, Lazada และ TikTok Shop
1. รวมออเดอร์ทุกแพลตฟอร์ม — ส่งทันก่อน 15:00 น.
ระบบดึงออเดอร์จาก TikTok Shop, Shopee, Lazada และอีกกว่า 16 แพลตฟอร์มมาแสดงในหน้าจอเดียว
ช่วยให้ผู้ขาย:
-
จัดการออเดอร์เร็วขึ้น
-
พิมพ์ใบปะหน้าแบบ Batch
-
ลดเวลาการจัดการต่อออเดอร์
2. ซิงค์สต๊อกทุกแพลตฟอร์มอัตโนมัติ — ลด SFCR
เมื่อมีออเดอร์เข้ามาจากแพลตฟอร์มใดก็ตาม ระบบลดสต๊อกของแพลตฟอร์มอื่นอัตโนมัติ
ช่วยลดปัญหา:
-
Overselling
-
สินค้าหมด
-
ยกเลิกออเดอร์
3. รายงานกำไร — บริหารกระแสเงินสด
รายงานกำไรของ BigSeller ช่วยคำนวณ:
-
กำไรรายออเดอร์
-
กำไรรายสินค้า
-
ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
ช่วยให้ผู้ขายเห็นภาพต้นทุนและกำไรจริง
4. บริหารโฆษณาอัตโนมัติ
ระบบช่วยควบคุมงบโฆษณาตามเงื่อนไข เช่น:
-
สต๊อกต่ำ
-
ROAS ต่ำกว่าเป้า
ช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้งบเกินความจำเป็น
ขั้นตอน 5 ข้อที่ผู้ขายไทยควรทำทันที
-
ตรวจสอบ LDR และ SFCR ปัจจุบัน
-
ตรวจสอบความแม่นยำของสต๊อก
-
ปรับกระบวนการแพ็คและส่งให้เร็วขึ้น
-
สำรองเงินทุนสำหรับรอบจ่าย Lazada
-
ประเมินความจำเป็นของ DBS
สรุป
กรกฎาคม 2026 คือเดือนที่แพลตฟอร์มหลักในไทยพร้อมใจกันยกระดับมาตรฐาน
สิ่งที่ทุกนโยบายส่งสัญญาณเหมือนกันคือ:
ผู้ขายที่มีระบบ — อยู่รอด
ผู้ขายที่ไม่มีระบบ — เสียเปรียบ
การมีระบบจัดการออเดอร์ ระบบจัดการสต๊อก และ ERP สำหรับร้านค้าออนไลน์ จะช่วยให้ผู้ขายควบคุมการดำเนินงานได้แม่นยำขึ้น พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของ TikTok Shop, Shopee และ Lazada ในระยะยาว


